วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ตำรวจแจง หลักฐานใหม่ "แบงก์ 20" จริง ๆ ได้มาจากวินมอเตอร์ไซค์






          ตำรวจ แจง ที่แท้แบงก์ 20 ได้จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่ใช่จากรถตุ๊กตุ๊ก ส่งตรวจ DNA หาตัวมือวางระเบิดราชประสงค์แล้ว ชี้ ผู้ต้องสงสัย ระเบิดราชประสงค์ และ ระเบิดใต้สะพานสาทร เป็นกลุ่มเดียวกัน ลุยค้นที่พักย่านถนนสาทร-ยานนาวา หาแหล่งกบดานคนร้าย  

           จากกรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนและตรวจหาหลักฐานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สรุปสาเหตุว่ามาจากเรื่องใด ต่อมาในช่วงบ่ายของวันที่ 18 สิงหาคม 2558 ก็ได้เกิดระเบิดซ้ำอีกที่บริเวณใต้สะพานสาทร เคราะห์ดีระเบิดครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยตำรวจสรุปว่าทั้ง 2 เหตุการณ์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน

           ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 สิงหาคม 2558) มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทีมสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ เป็นเส้นทางในการก่อเหตุ หลังพยานที่เห็นเหตุการณ์พบว่าคนร้ายมาเรียกรถสามล้อที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อหาว่าคนร้ายเดินทางมากกับขบวนรถไฟต้นสายใด จะได้นำไปหาสถานที่พักของผู้ต้องสงสัย ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจได้ลุยตรวจสอบสถานที่พักต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนเยาวราช นอกจากนี้ยังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงกลึงในละแวกหัวลำโพง ย่านปทุมวัน และบริเวณใกล้เคียง เพื่อจะหาว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้นำท่อมาทำการกลึงหรือไม่ หลังผู้เชี่ยวชาญระบุว่าชิ้นส่วนวัสดุที่ใช้ประกอบระเบิดที่ราชประสงค์และ ที่ท่าเรือสาทร เป็นไปป์บอมบ์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว มีฝาปิดขนาด 4 นิ้ว และไม่มีขายในไทย เพราะฝาที่ปิดน่าจะผ่านการกลึงมา


           นอกจากนี้ทีมสืบสวนพบเบาะแสว่าในละแวกที่เกิดเหตุมีโรงกลึงอยู่หนึ่งร้านใน ย่านปทุมวัน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังพบข้อมูลพยานเป็นวินจักรยานยนต์ย่านสาทรที่เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพบชายลักษณะต้องสงสัยใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุที่ราช ประสงค์ มาใช้บริการวินจักรยานยนต์ที่สาทร รวมทั้งในคืนวันเกิดเหตุ มีนักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเซลฟี่ และติดภาพคนร้ายด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามพยานปากสำคัญเพื่อไขข้อกระจ่าง

           ทั้งนี้ทีมสืบสวนคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุที่ราชประสงค์และที่ท่าเรือ สาทรน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากชุดคลี่คลายคดีพบภาพจากกล้องวงจรปิดคนร้ายที่ก่อเหตุที่ราชประสงค์ นั่งโดยสารรถแท็กซี่เขียวเหลืองมาจากย่านยานนาวา โดย รถแท็กซี่คันดังกล่าวขับผ่าน 5 แยกหัวลำโพง ก่อนที่คนร้ายลงจากรถ บริเวณ สน.นพวงศ์ และเดินเลาะคลองย้อนมา 120 เมตร ก่อนที่จะมาเรียกรถสามล้อให้ไปส่งที่บริเวณโรงแรมเอราวัณเพื่อก่อเหตุ ซึ่งสอดคล้องกับจุดที่ท่าเรือสาทรที่อยู่ใกล้เคียงกับถนนยานนาวา ทำให้ชุดสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายอาจจะกบดานอยู่ที่บริเวณสาทร-ยานนาวา ทั้งนี้ได้เร่งตรวจทุกจุดที่คาดว่าเป็นแหล่งที่คนร้ายกบดาน ทั้งสาทร ยานนาวา เจริญกรุง หัวลำโพง เยาวราช บางรัก สุรวงศ์ เป็นต้น

           ในส่วนของแนวทางการสืบสวน สันนิษฐานว่า คนร้ายเข้ามาประเทศไทย ผ่านพื้นที่ จ.เชียงราย โดยเดินลัดเลาะตะเข็บชายแดนมายัง จ.สระแก้ว ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเส้นทางของกลุ่มอุยกูร์ เพื่อก่อเหตุ ทั้งนี้เบื้องต้นสันนิษฐานว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีโดยใช้เส้นทางลงใต้ ก่อนที่ลัดเลาะแนวตะเข็บชายแดน ออกไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งทั้งนี้ได้ประสานไปยังทุกด่านพรมแดน และผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ อย่างไรก็ตามคาดว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการแฝงตัวหลงเหลืออยู่

หลักฐานใหม่ ! แบงก์ 20 จ่ายให้ตุ๊กตุ๊ก ตำรวจเร่งเก็บ DNA แฝง มัดตัวมือบึ้มราชประสงค์
           สำหรับปมการก่อเหตุนั้น ทีมสืบสวนได้ตรวจสอบในหลายประเด็นต้องสงสัย กระทั่งพบข้อมูลทางการข่าวว่าการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมีการทำเป็นลักษณะ ขบวนการ โดยมีผู้ก่อเหตุ และผู้ให้การสนับสนุน ซึ่งในส่วนผู้ก่อเหตุนั้น คาดว่าเป็นต่างชาติที่ลักลอบหลบหนีเข้ามา ในส่วนผู้สนับสนุนนั้นเชื่อว่ามีทั้งคนไทยและต่างชาติ ขณะนี้นี้ทีมสืบสวนได้ตรวจสอบไปยังพื้นที่ที่มีคนจีนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น พื้นที่พลับพลาไชยเนื่องจากการข่าวพบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีกลุ่มที่มีความเห็นต่างในความคิดและคลั่งศาสนา

           สำหรับชนิดของะระเบิดทั้งที่ราชประสงค์ และที่สาทร ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน คือ ทีเอ็นที เพราะชื้นส่วนจากที่เกิดเหตุทั้ง 2 แห่งเหมือนกัน โดยใช้วัสดุเป็นท่อแป๊บ และลูกปรายจำนวนมาก เมื่อทำการตรวจสอบพบว่า ไม่เคยมีการก่อเหตุระเบิดแบบนี้มาก่อนในประเทศไทย จึงคาดว่าเป็นวิธีประกอบระเบิดของต่างประเทศ

           อย่างไรก็ตามแนวทางการสืบสวนพบข้อมูลเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสอนการประกอบระเบิดทีเอ็นทีในประเทศไทย โดย ระเบิดชนิดดังกล่าว จะมีน้ำหนักมาก ทำให้มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งชายคนดังกล่าวมีความมีความเชื่อมโยงกับคดีชาวอิหร่านวางระเบิดที่ซอย สขุมวิท 71 เมื่อปี 2555 ต่อมาได้มีการขยายผลจับกุมได้ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางวัสดุประกอบระเบิด เช่น แอมโมเนียมไนเตรท 4,380 กิโลกรัม ซึ่งชายคนดังกล่าวได้มาเช่าอาคารแห่งนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 เพื่อเก็บสะสมอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการก่อเหตุวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555

           มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระเบิดทีเอ็นทีสามารถจุดชนวนได้ 2 แบบ คือแบบฝักแค ที่สามารถตั้งเวลาได้ 12-16 ชั่วโมง กับแบบต่อด้วยวงจรไฟฟ้า ที่อยู่ได้อย่างน้อย 4 วัน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องไล่กล้องวงจรปิดย้อนกลับไปก่อนเกิดเหตุอย่างน้อย 4 วัน เพื่อดูว่ามีบุคคลใดที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยจะเป็นคนร้ายบ้าง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการระเบิดที่สะพานสาทรนั้น คนร้ายจงใจจะให้ระเบิดทำงานในช่วงบ่ายของวันที่ 18 สิงหาคม 2558 จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการนำระเบิดมาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานหลังก่อเหตุที่ราชประสงค์ แต่ประเด็นที่ตำรวจมั่นใจคือ จุดประสงค์การระเบิดที่สะพานสาทรนั้น คนร้ายไม่ได้มีเจตนาจะให้มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

           นอกจากนี้ทางชุดสืบสวนได้หลักฐานของคนร้ายเพิ่มเติม เป็นธนบัตรใบละ 20 บาท ซึ่งคนร้ายใช้ชำระเงินค่ารถให้กับคนขับรถตุ๊กตุ๊กที่มาจากหัวลำโพง รวมอยู่ในเงินจำนวน 200 บาท เป็นค่ารถ ส่วนธนบัตรใบละ 100 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนเงินที่ชำระค่ารถ คนขับรถตุ๊กตุ๊กได้ใช้จ่ายไปแล้ว จึงเหลือแต่ธนบัตรใบละ 20 บาท ที่คนขับรถตุ๊กตุ๊กนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน และจะได้นำไปตรวจสอบเพื่อหาดีเอ็นเอของคนร้ายต่อไป
           อย่าง ไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2558 รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ รายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงเข้ามาว่า ธนบัตรใบละ 20 บาท ที่นำมาตรวจดีเอ็นเอนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากคนขับรถตุ๊กตุ๊ก แต่เป็นของคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่นำมามอบให้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น